การบริโภควิตามินเอช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง

จากการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณวิตามินเอที่ร่างกายได้รับและการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง ของมหาวิทยาลัย Brown University โดยมี Eunyoung Cho รองศาสตราจารย์ทางด้านโรคผิวหนังและระบาดวิทยา เป็นผู้นำในการวิจัยครั้งนี้
.
การวิจัยเป็นการศึกษาเชิงสังเกตระยะยาวที่ใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวนมาก โดยแบ่งเป็นผู้หญิง 121,700 คนและผู้ชาย 51,529 คน เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคและการเกิดมะเร็งผิวหนัง
.
ผลการวิจัยพบว่า ผู้ที่บริโภควิตามินเอในปริมาณที่มากกว่ามีโอกาสลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังชนิดสะความัสเซลล์ (Squamous Cell Carcinoma หรือ SCC) ได้ถึง 17% เมื่อเทียบกับผู้ที่บริโภควิตามินเอได้น้อยกว่า
.
โรคมะเร็งผิวหนังชนิดสะความัสเซลล์เป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อยเป็นอันดับสองรองจากชินเบซาลเซลล์แต่จะมีความรุนแรงมากกว่า มักเกิดขึ้นบริเวณผิวหนังที่สัมผัสกับแสงแดดเป็นประจำ เช่น ใบหน้า หู คอ และมือ โดยมักเกิดในคนผิวขาวมากกว่าผิวเข้ม
.
โดยรองศาสตราจารย์ Cho ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ถ้าอยากเพิ่มปริมาณวิตามินเอในร่างกายนั้นควรเลือกบริโภควิตามินเอที่มาจากผักและผลไม้มากกว่าเนื้อสัตว์ เนื่องจากถ้าได้รับวิตามินเอจากเนื้อสัตว์มากเกินไปอาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนได้ ซึ่งผักและผลไม้ที่มีวิตามินเอสูง ได้แก่ แครอท มันหวาน และแคนตาลูป หรือจะเลือกบริโภคเป็นพืชที่มีไลโคปีนสูง เช่น มะเขือเทศและแตงโม ก็ได้เช่นกัน
.
.
ติดตาม #รู้ไหมเขาว่า ได้ทุกวันพุธ 18.00 ทางเพจ นิเทศ at NIDA
.
เรียบเรียงและออกแบบโดย พฤกษา เกียรติเมธา
นักศึกษาทุนคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ รุ่น 12
.
ข้อมูลอ้างอิง
Jongwoo Kim, Min Kyung Park, Wen-Qing Li, Abrar A. Qureshi, Eunyoung Cho. Association of Vitamin A Intake With Cutaneous Squamous Cell Carcinoma Risk in the United States. JAMA Dermatology, 2019; DOI: 10.1001/jamadermatol.2019.1937