Scholarships

ทุนการศึกษาและรางวัลการศึกษา

ทุนการศึกษาและรางวัลการศึกษา

ทุนค่าธรรมเนียมการศึกษา

1. คุณสมบัติของผู้สมัคร
1.1 เป็นนักศึกษาสามัญ หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์และนวัตกรรม ภาคปกติ
 1.2 มีความจำเป็นต้องขอรับความช่วยเหลือทางการเงิน
 1.3 หากมิใช่นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนเป็นภาคการศึกษาแรก จะต้องมีผลการศึกษาคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00
 1.4 ในกรณีที่ลงทะเบียนเป็นภาคการศึกษาแรก จะต้องมีผลการศึกษาคะแนนเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า 3.00
 1.5 ผู้สมัครต้องไม่เป็นผู้ได้รับทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 1, 2, 3
 1.6 มีความเต็มใจและสามารถปฏิบัติงานด้านวิชาการให้กับคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สัปดาห์ละ 6 ชั่วโมง

2. วิธีการสมัคร
สมัครด้วยตนเอง โดยขอรับใบสมัคร หรือสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ http://gscm.nida.ac.th และยื่นใบสมัครด้วยตนเอง พร้อมหลักฐานการสมัครได้ที่ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ ชั้น 18 อาคารนวมินทราธิราช

3. หลักฐานการสมัคร
3.1 ใบสมัครตามแบบสถาบัน
 3.2 สำเนาใบแสดงผลการศึกษาในภาคเรียนล่าสุด 1 ฉบับ (กรณีที่ลงทะเบียนเป็นภาคแรกให้แนบสำเนาใบแจ้งคะแนน Transcript ระดับปริญญาตรี)
 3.3 หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ - สกุล (กรณีชื่อ - ชื่อสกุลไม่ตรงกับหลักฐานการศึกษา)
 3.4 รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 ใบ (ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน)
 หมายเหตุ เอกสารที่นำมาสมัครขอรับทุนค่าธรรมเนียมการศึกษาทางคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ จะไม่คืนเอกสารให้ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

4. วิธีการคัดเลือก
คณะกรรมการจะพิจารณาคัดเลือกจากใบสมัครและการสัมภาษณ์ผู้สมัคร การพิจารณาตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

5. เงื่อนไขและการรับทุน
5.1 ทุนค่าธรรมเนียมการศึกษาเท่ากับจำนวนเงินค่าหน่วยกิตที่นักศึกษาลงทะเบียนในภาคการศึกษาที่ 1/2559
 5.2 ผู้รับทุนจะต้องปฏิบัติงานด้านวิชาการให้กับคณะ หรือสถาบัน สัปดาห์ละ 6 ชั่วโมง ในภาคการศึกษาที่ได้รับทุน"

 

  • ประกาศรับสมัครทุนค่าธรรมเนียม ภาค 1/2561
  • ใบสมัครทุนค่าธรรมเนียมการศึกษา ภาค 1/2561
  • ทุนวิทยานิพนธ์จากงบประมาณแผ่นดิน

    คุณสมบัติ
    1. เป็นนักศึกษาสามัญของสถาบันระดับปริญญาเอก หรือระดับปริญญาโทที่เลือกศึกษาตามแผน ก.

    2. ได้รับอนุมัติหัวข้อและเค้าโครงวิทยานิพนธ์เรียบร้อยแล้ว ไม่เกิน 1 ภาคการศึกษา นับจากวันที่สอบหัวข้อวิทยานิพนธ์ผ่านโดยไม่นับภาคฤดูร้อน และมีอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์เป็นผู้รับรอง

    การสมัครขอรับทุน
    1. ผู้สมัครขอรับทุนจะต้องยื่นใบสมัครขอรับทุนสนับสนุนการทำและการตีพิมพ์วิทยานิพนธ์ (ตามแบบฟอร์มที่กำหนด) พร้อมเค้าโครงวิทยานิพนธ์ที่ได้รับอนุมัติแล้ว และแนบความเห็นของอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ (ตามแบบฟอร์มที่กำหนด) ที่คณะที่ผู้ขอรับทุนการศึกษาอยู่ เพื่อให้คณบดีลงนามในท้ายแบบฟอร์มความเห็นของอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ 
    2. คณะเป็นผู้ดำเนินการจัดส่งใบสมัครและหลักฐานต่างๆของผู้สมัครขอรับทุนไปยังกองบริการการศึกษา เพื่อให้กองบริการการศึกษาราบรวมเสนอที่ประชุม ทคอ.การศึกษา พิจารณาต่อไป

    ประเภทของทุน
    จำแนกตามระดับของวิทยานิพนธ์เป็น 2 ประเภท คือ
    1. ทุนสนับสนุนการทำวิทยานิพนธ์สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาเอก ทุนละไม่เกิน 40,000 บาท
    2. ทุนสนับสนุนการทำวิทยานิพนธ์สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาโท ทุนละไม่เกิน 20,000 บาท

    การพิจารณาให้ทุน
    การพิจารณาคัดเลือกและอนุมัติการให้ทุนเป็นอำนาจหน้าที่และดุลยพินิจของที่ประชุม ทคอ.การศึกษาของสถาบัน และผลการพิจารณาของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด โดยสถาบันจะประกาศผลการคัดเลือกผู้ได้รับทุนให้ทราบโดยทั่วกัน สำหรับนักศึกษาที่ไม่ได้รับทุนอุดหนุนในการเสนอครั้งแรก สามารถยื่นขอรับทุนในคราวต่อไปได้

    การจ่ายเงินทุน
    ให้ผู้รับทุนสนับสนุนการทำและการตีพิมพ์วิทยานิพนธ์จากเงินงบประมาณแผ่นดิน ได้รับเงินทุนโดยแบ่งจ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์ (%) 3 งวด โดยระดับปริญญาเอกให้แบ่งจ่ายเป็นเปอร์เซ็น 30 : 30 : 40 และปริญญาโทให้แบ่งจ่ายเป็นเปอร์เซ็น 30 : 30 : 40 ของจำนวนเงินทุนที่ได้รับทั้งหมด ดังนี้

    ครั้งที่ 1 เมื่อนักศึกษาได้รับอนุมัติให้ได้รับทุน
    - 12,000 บาท (30%) สำหรับวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก
    - 6,000 บาท (30%) สำหรับวิทยานิพนธ์ปริญญาโท

    ครั้งที่ 2 เมื่อนักศึกษารายงานความก้าวหน้าของวิทยานิพนธ์ตามแผนโครงการ
    - 12,000 บาท (30%) สำหรับวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก
    - 6,000 บาท (30%) สำหรับวิทยานิพนธ์ปริญญาโท

    ครั้งที่ 3
    - 16,000 บาท (40%) สำหรับวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ผลงานวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกต้องได้รับการตีพิมพ์ หรือได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ ที่กรรมการภายนอกมาร่วมกลั่นกรอง (Peer Review) ก่อนการตีพิมพ์ ทั้งนี้ วารสารระดับนานาชาติต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) หรือโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) กำหนด โดยไม่รวม Proceedings
    - 8,000 บาท (40%) สำหรับวิทยานิพนธ์ปริญญาโท ผลงานวิทยานิพนธ์ต้องได้รัยการตีพิมพ์ หรือได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI (เฉพาะวารสารที่อยู่ในกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2) โดยไม่รวม Proceedings

    เงื่อนไขการรับทุน
    1. ผู้รับทุนจะต้องส่งรายงานความก้าวหน้าของการทำวิทยานิพนธ์ พร้อมทั้งแนบความเห็นของอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับความก้าวหน้าในการ (ตามแบบฟอร์มที่กำหนด)
    2. หากผู้รับทุนมีการเปลี่ยนแปลงหัวข้อวิทยานิพนธ์จากหัวข้อเดิมที่ได้รับอนุมัติให้ได้รับทุนสนับสนุนการทำวิทยานิพนธ์ การเปลี่ยนแปลงเปลี่ยนแปลงหัวข้อวิทยานิพนธ์ต้องได้รับความเห็นชอบของอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ และต้องได้รับอนุมัติจาดคณบดี จากนั้นให้แจ้งที่ประชุม ทคอ.การศึกษาทราบ
    3. หากผู้รับทุนยุติการทำวิทยานิพนธ์ ให้ถือเป็นการระงับทุนไปโดยปริยาย

    4. กรณีผู้รับทุนได้รับอนุมัติให้สำเร็จการศึกษาแล้ว แต่ผลงานวิทยานิพนธ์ยังไม่สามารถตีพิมพ์ได้ตามเงื่อนไขการรับทุนครั้งที่ 3 ผู้รับทุนสามารถดำเนินการเสนอผลงานในวารสารฉบับใหม่ตามเกณฑ์การได้รับทุน ทั้งนี้ หากเสนอผลงานวิทยานิพนะ์ในวารสารระดับนานาชาติ ผลงานวิทยานิพนธ์จะต้องได้รับการตีพิมพ์หรือได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์ภายใน 2 ปี นับจากวันที่สำเร็จการศึกษา หรือหากเสนอผลงานวิทยานิพนธ์ในวารสารระดับชาติ (TCI) ผลงานวิทยานิพนธืจะต้องได้รับการตีพิมพ์หรือได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์ภายใน 1 ปี นับจากวันที่สำเร็จการศึกษา และหากไม่สามารถดำเนินการได้จะหมดสิทธิ์รับทุนครั้งที่ 3

    ลิขสิทธิ์ในวิทยานิพนธ์
    ลิขสิทธ์ในวิทยานิพนธ์ให้เป็นลิขสิทธ์ร่วมระหว่างนักศึกษาผู้รับทุนกับสถาบัน เป็นระยะเวลา 5 ปี หลังจากนั้นให้ลิขสิทธ์ในวิทยานิพนธ์ตกเป็นของนักศึกษาผู้รับทุน หากผู้รับทุนดำเนินการใดๆ อันเป็นการละเมิดสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาหรือสิทธิ์ใดๆ ทางกฏหมายของผู้อื่น “ผู้รับทุน” ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหายต่อการละเมิดสิทธิ์นั้นแต่เพียงผู้เดียว
    ประกาศรับสมัครและใบสมัครทุนค่าธรรมเนียมการศึกษา

  • ใบสมัคร ขอรับทุนวิทยานิพนธ์จากงบประมาณแผ่นดิน
  • แบบรายงานความก้าวหน้าการทำวิทยานิพนธ์
  • หลักเกณฑ์การให้ทุนสนับสนุนการทำวิทยานิพนธ์จากงบประมาณแผ่นดิน
  • รางวัลเรียนดี

    รางวัลเรียนดีมีวัตถุประสงค์ให้เป็นเครื่องหมายเชิดชูเกียรติแก่นักศึกษาที่ยังไม่สำเร็จการศึกษาและมีผลการศึกษาดี เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษามุ่งขวนขวายให้ผลการศึกษาของตนดีขึ้น

    คุณสมบัติ
    1. ต้องเป็นนักศึกษาหลักสูตรชั้นปริญญาโทที่ได้เรียนมาแล้ว ไม่ต่ำกว่า 24 หน่วยกิต (ไม่นับรวมวิชาไม่นับหน่วยกิต) โดยลงทะเบียนต่อเนื่องกันทุกภาคและในแต่ละภาคการศึกษา (ยกเว้นภาคฤดูร้อน) จะต้องลงทะเบียนไม่ต่ำกว่า 12 หน่วยกิต สำหรับนักศึกษาภาคปกติ หรือไม่ต่ำกว่า 9 หน่วยกิต สำหรับนักศึกษาภาคพิเศษ
    2. มีผลการศึกษาภาคการศึกษาที่เรียนครบ 24 หน่วยกิต คิดเป็นระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.75

    ประกาศ เรื่อง นักศึกษาได้รับรางวัลเรียนดี 2559 (PDF)

    ทุนเรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

    คุณสมบัติ
         1. เป็นนักศึกษาแรกเข้าระดับปริญญาโท ภาคปกติ  และมีผลการศึกษาระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า 2.50
         2. เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ และมีความจำเป็นขอรับความช่วยเหลือทางการเงิน
         3. ในการรับรองรายได้ตามข้อ 2 ให้ผู้ขอรับทุนแนบหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ มาพร้อมใบสมัครรับทุน
             - หนังสือรับรองเงินเดือนจากหน่วยงานต้นสังกัดของผู้ขอรับทุน / บิดามารดา / คู่สมรส (ถ้ามี)
             - หลักฐานการชำระภาษี หากครอบครัวไ่มีเงินเดือน หรือรายได้ประจำ อาจให้ผู้ขอรับทุนจัดหาบุคคลใดบุคคลหนึ่งมาเป็นผู้รับรองรายได้ เช่น ข้าราชการระดับปฏิบัติการขึ้นไป / ข้าราชการทหารตำรวจ ระดับชั้นสัญญาบัตร / พนักงานราชการ พนักงานราชวิสาหกิจ ต้องปฏิบัติมางานมาแฃ้วอย่างน้อย 3 ปี
             - หลักฐานอื่นใดที่แสดงถึงความเป็นผู้มีรายได้น้อย
         4. ไม่เป็นผู้ได้รับทุนการศึกษาอื่นของสถาบัน ยกเง้น ทุนสนับสนุนการทำและการตีพิมพ์วิทยานิพนธ์จากงบประมาณแผ่นดิน
         5. มีความประพฤติดี ไม่ฝักใฝ่ในอบายมุข และสิ่งเสพติด
         6. ต้องไม่เคยได้รับโทษทางวินัยตามข้อบังคับสถาบันว่าด้วยวินัยนักศึกษา

    ประเภทของทุนและจำนวนทุน
         ทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาสถาบันระดับปริญญาโท ภาคปกติ ที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 2 ทุน ทุนละ 100,000 บาท

    การจ่ายเงินทุนและระยะเวลารับทุน
         ผู้รับทุนแต่ละรายจะได้รับเงินทุนค่าลงทะเบียนและค่าธรรมเนียมการศึกษาตลอดหลักสูตรตามค่าใช้จ่ายจริงเป็นรายภาคการศึกษา ยกเวันค่ากิจกรรมพิเศษ ทั้งนี้ รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท

    เงื่อนไขการรับทุน
         1. ผู้รับทุนจะต้องได้รับคะแนนเฉลี่ยสะสมในแต่ละภาคการศึกษาไม่ต่ำกว่า 3.30 จนกว่าจะสำเร็จการศึกษา หากภาคการศึกษาใดได้ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดจะระงับการให้ทุน
         2. หากผู้รับทุนลาออกหรือสิ้นสภาพการเป็นนักศึกษา ถือเป็นการสิ้นสุดการรับทุน
         3. ระหว่างได้รับทุนนี้ ผู้รับทุนไม่มีสิทธิไปขอรับทุนอื่นๆ ของสถาบัน ยกเว้น ทุนสนับสนุนการทำวิทยานิพนธ์จากงบประมาณแผ่นดิน

    หลักฐานการสมัครขอรับทุน
         1. ใบสมัครขอรับทุน พร้อมรูปถ่าย 1 ใบ
         2. สำเนาใบแสดงผลการศึกษาในระดับปริญญาตรี
         3. หลักฐานการรับรองรายได้
         4. หลักฐานอื่นๆ ตามที่เห็นสมควร

     

    ดาวน์โหลดเอกสาร

  • ประกาศ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขทุนเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์
  • ใบสมัคร ขอรับทุนเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์
  • หนังสือรับรองรายได้ ทุนเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์
  • ทุนส่งเสริมการศึกษา

    1. คุณสมบัติของผู้รับทุน 

    1.1 ทุนส่งเสริมการศึกษา (ประเภทเรียนดี) จะให้แก่นักศึกษาใหม่ทั้งนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติที่เข้ามาศึกษาในหลักสูตรต่างๆ ของสถาบัน ทั้งหลักสูตรภาษาไทย หลักสูตรภาษาอังกฤษ และหลักสูตรนานานชาติ 

    1.1.1 ผู้รับทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 1 (Full Scholarship) และผู้รับทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 2 

    -ระดับปริญญาเอก จะต้องมีผลการศึกษาระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า 2.75และระดับปริญญาโทไม่ต่ำกว่า 3.25

    -ระดับปริญญาโท จะต้องมีผลการศึกษาในระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า 2.75

    1.1.2 ผู้รับทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 3 

    -ระดับปริญญาเอก จะต้องมีผลการศึกษาระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า 2.50 และระดับปริญญาโทไม่ต่ำกว่า 3.25

    -ระดับปริญญาโท จะต้องมีผลการศึกษาในระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า 2.50 

    1.2 ทุนส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

    ทุนส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะให้แก่นักศึกษาใหม่ที่เป็นชาวต่างชาติที่มีความสัมพันธ์ หรือมีข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ทั้งนี้ การอนุมัติให้ทุนอยู่ในดุลยพินิจของ ทคอ.การศึกษา

    2. จำนวนเงินทุนส่งเสริมการศึกษา (ประเภทเรียนดี) และทุนส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 

    2.1 ผู้ได้รับทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่1 (Full Scholarship)

    2.1.1 จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการศึกษาทั้งหมดตลอดหลักสูตร ส่วนการยกเว้นค่าธรรมเนียมกิจกรรมพิเศษให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละหลักสูตร 

    2.1.2 สนับสนุนค่าใช้จ่ายส่วนตัวให้แก่ผู้รับทุนเดือนละ 10,000 บาท โดยสถาบันฯ จะหักค่าเบี้ยประกันสุขภาพของผู้รับทุน (กรณีเป็นนักศึกษาต่างชาติ) ก่อน

    2.2 ผู้ได้รับทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 2 จะได้รับการยกเว้นค่าหน่วนกิตตลอดหลักสูตร 

    2.3 ผู้ได้รับทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 3 จะได้รับการยกเว้นค่าหน่วยกิตจำนวนกึ่งหนึ่งตลอดหลักสูตร 

    3. หลักเกณฑ์การรับทุน 

    3.1 ทุนส่งเสริมการศึกษา (ประเภทเรียนดี)

    ผู้รับทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 1 (Full Scholarship) ทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 2 และทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 3 จะต้องได้รับคะแนนเฉลี่ยสะสมในแต่ละภาคการศึกษาไม่ต่ำกว่า 3.30 หากภาคการศึกษาใดได้รับระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดจะหมดสิทธิ์รับทุน 

    3.2 ทุนส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 

    ผู้รับทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 1 (Full Scholarship) ทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 2 และทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 3 จะต้องได้รับคะแนนเฉลี่ยสะสมในแต่ละภาคการศึกษาไม่ต่ำกว่า 3.00 หากภาคการศึกษาใดได้รับระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดจะหมดสิทธิ์รับทุน 

    3.3 ผู้รับทุนลาพักการศึกษาจะหมดสิทธิ์ในการรับทุนทันที และหากภายหลังขอลาออก หรือสิ้นสภาพการเป็นนักศึกษากรณีที่ไม่สามารถสำเร็จการศึกษาได้ตามข้อบังคับฯ ว่าด้วยการศึกษา จะต้องคืนเงินทุนการศึกษาที่ได้รับมาแล้วทั้งหมดให้กับสถาบัน เว้นแต่คณะกรรมการจะพิจารณาเป็นอย่างอื่น

    3.4 ผู้รับทุนหากลาออกหรือสิ้นสภาพการเป็นนักศึกษากรณีที่ไม่สามารถสำเร็จการศึกษาได้ตามข้อบังคับฯ ว่าด้วยการศึกษา หรือขอยกเลิกการรับทุนจะต้องคืนเงินทุนการศึกษาที่ได้รับมาแล้วทั้งหมดให้กับสถาบัน เว้นแต่คณะกรรมการจะพิจารณาเป็นอย่างอื่น

    3.5 กรณีที่ผู้รับทุนต้องลงทะเบียนเรียนซ้ำ ผู้รับทุนจะไม่ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการศึกษาในรายวิชานั้น

    3.6 กรณีผู้รับทุนลงทะเบียนเรียนรายวิชาที่นอกเหนือจากแผนการศึกษาของหลักสูตร จะได้รับยกเว้นค่าลงทะเบียนเรียนวิชานั้นได้ ต่อเมื่อผู้รับทุนได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษา

    3.7 ผู้รับทุนจะต้องทำงานให้กับคณะหรือสถาบัน ไม่ต่ำกว่าสัปดาห์ละ 6 ชั่วโมง

    3.8 ผู้รับทุนนี้ไม่มีสิทธิที่จะไปขอรับทุนอื่นๆ ของสถาบัน ยกเว้นทุนสนับสนุนการทำและการตีพิมพ์วิทยานิพนธ์จากเงินงบประมาณแผ่นดิน

    4.เงื่อนไขสำหรับผู้ได้รับทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 1 (Full Scholarship) (ปประเภทเรียนดี และทุนส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ)

    4.1 ผู้รับทุนในระดับปริญญาโทจะต้องศึกษาในแผน ก. (ทำวิทยานิพนธ์)

    4.2 ผู้รับทุนจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการสมัครสอบประมวลความรู้เฉพาะในการสมัครสอนครั้งแรกเท่านั้น

    4.3 ค่ารักษาสถานภาพหากเกินระยะเวลาการรับทุน ให้ผู้รับทุนเป็นผู้ชำระค่ารักษาสถานภาพ

    4.4 ลิขสิทธิ์ในวิทยานิพนธ์ให้เป็นลิขสิทธิ์ร่วมระหว่างนักศึกษาผู้รับทุนกับสถาบัน เป็นระยะเวลา 5 ปี หลังจากนั้นลิขสิทธิ์ในวิทยานิพนธ์จะตกเป็นของนักศึกษาผู้รับทุน หากผู้รับทุนดำเนินการใดๆ อันเป็นการละเมิดสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาหรือสิทธิ์ใดๆ ทางกฎหมายของผู้อื่น "ผู้รับทุน" ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหายต่อการละเมิดสิทธิ์นั้นแต่เพียงผู้เดียว

    4.5 ค่าธรรมเนียมการตรวจรูปแบบวิทยานิพนธ์/ค่าธรรมเนียมการใช้บริการระบบสารสนเทศ E-THESIS ให้ผู้รับทุนเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียม

    4.6 ผลงานวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกต้องได้รับการตีพิมพ์ หรือได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติที่มีกรรมการภายนอกมาร่วมกลั่นกรอง (Peer Review) ก่อนการตีพิมพ์ ทั้งนี้วารสารระดับนานาชาติต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) หรือโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) กำหนด โดยไม่รวม Proceedings

    4.7 ผลงานวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท ต้องได้รับการตีพิมพ์หรือได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI (เฉพาะวารสารที่อยู้ในกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2) โดยไม่รวม Proceedings

    5.เงื่อนไขสำหรับผู้ได้รับทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 2 (ประเภทเรียนดีและประเภททุนส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ) บทความวิจัยจากวิชาวิทยานิพนธ์ หรือวิชาการค้นคว้าอิสระหรือรายวิชาตามหลักสูตร จะต้องดำเนินการ ดังนี้ 

    5.1 ระดับปริญญาโท 

    5.1.1 กรณีผู้รับทุนเลือกศึกษาแผน ก 

    (1) ผลงานวิทยานิพนธ์อย่างน้อยจะต้องได้รับการตีพิมพ์ หรือได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI (เฉพาะวารสารที่อยู้ในกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2) โดยไม่รวม Proceedings

    5.1.2 กรณีผู้รับทุนเลือกศึกษาแผน ข 

    (1) ผลงานเสนอต่อที่ประชุมวิชาการที่มีรายงานการประชุม (Proceedings) ที่มีกรรมการร่วมกลั่นกรอง (Peer Review) ก่อนการตีพิมพ์ โดยต้องเป็นบทความวิจัยเต็มรูปแบบ (Full paper) ที่ได้ตีพิมพ์เรียบร้อยแล้ว หรือ

    (2) ได้รับรางวัลจากการแข่งขันหรือได้รับรางวัลจากการประกวดทางวิชาการ ซึ่งต้องเป็นการแข่งขันหรือการประกวดที่ได้รับความเห็นชอบจากคณบดีคณะที่เข้าศึกษา หรือ

    (3)  เสนอผลงานในองค์กรหรือชุมชนเพื่อการพัฒนา ซึ่งต้องเป็นองค์กรหรือชุมชนที่ได้รับความเห็นชอบจากคณบดีคณะที่เข้าศึกษา โดยผลงานการพัฒนาจะต้องได้รับการรับรองผลงานจากผู้บริหารองค๋กรหรือชุมชนด้วย 

    5.2 ระดับปริญญาเอก

    ผลงานวิทยานิพนธ์ต้องได้รับการตีพิมพ์ หรือได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติที่มีกรรมการภายนอกมาร่วมกลั่นกรอง (Peer Review) ก่อนการตีพิมพ์ ทั้งนี้วารสารระดับนานาชาติต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) หรือโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) กำหนด โดยไม่รวม Proceedings

    6.เงื่อนไขสำหรับผู้ได้รับทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 3 (ประเภทเรียนดีและประเภททุนส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ) บทความวิจัยจากวิชาวิทยานิพนธ์ หรือวิชาการค้นคว้าอิสระหรือรายวิชาตามหลักสูตร จะต้องดำเนินการ ดังนี้ 

    6.1 ระดับปริญญาโท 

    6.1.1 กรณีผู้รับทุนเลือกศึกษาแผน ก 

    (1) ผลงานวิทยานิพนธ์อย่างน้อยจะต้องได้รับการตีพิมพ์ หรือได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI (เฉพาะวารสารที่อยู้ในกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2) โดยไม่รวม Proceedings

    6.1.2 กรณีผู้รับทุนเลือกศึกษาแผน ข 

    (1) ผลงานเสนอต่อที่ประชุมวิชาการที่มีรายงานการประชุม (Proceedings) ที่มีกรรมการร่วมกลั่นกรอง (Peer Review) ก่อนการตีพิมพ์ โดยต้องเป็นบทความวิจัยเต็มรูปแบบ (Full paper) ที่ได้ตีพิมพ์เรียบร้อยแล้ว หรือ

    (2) ได้รับรางวัลจากการแข่งขันหรือได้รับรางวัลจากการประกวดทางวิชาการ ซึ่งต้องเป็นการแข่งขันหรือการประกวดที่ได้รับความเห็นชอบจากคณบดีคณะที่เข้าศึกษา หรือ

    (3)  เสนอผลงานในองค์กรหรือชุมชนเพื่อการพัฒนา ซึ่งต้องเป็นองค์กรหรือชุมชนที่ได้รับความเห็นชอบจากคณบดีคณะที่เข้าศึกษา โดยผลงานการพัฒนาจะต้องได้รับการรับรองผลงานจากผู้บริหารองค๋กรหรือชุมชนด้วย 

    (4) ผลงานได้รับการเผยแพร่ในลักษณะใดลักษณะหนึ่งที่สืบค้นได้ 

    6.2 ระดับปริญญาเอก

    ผลงานวิทยานิพนธ์ต้องได้รับการตีพิมพ์ หรือได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติที่มีกรรมการภายนอกมาร่วมกลั่นกรอง (Peer Review) ก่อนการตีพิมพ์ ทั้งนี้วารสารระดับนานาชาติต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) หรือโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) กำหนด โดยไม่รวม Proceedins

    7. ผู้รับทุนที่เป็นนักศึกษาต่างชาติหากไม่ทำประกันสุขภาพตามที่สถาบันกำหนด จะหมดสิทธิได้รับทุน

    8.ระยะเวลาการให้ทุน (นับจากวันเปิดภาคการศึกษาผู้นั้นขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา)

    8.1 หลักสูตรปริญญาโท ให้ได้รับทุนเป็นระยะเวลา 2 ปี

    8.2 หลักสูตรปริญญาเอก ให้ได้รับทุนเป็นระยะเวลา 3 ปี 

    8.3 หลักสูตรปริญญาโท-เอก ให้ได้รับทุนเป็นระยะเวลา 4 ปี 

     

    ทุนเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่

    1.แนวทางและขอบเขตการสนับสนุนการวิจัย 

    1.1 การบริหารแผนงานกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย

    บัณฑิตวิทยาลัยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานต้นสังกัดของผู้ขอรับการสนับสนุนการวิจัย เป็นผู้บริหารการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย ตามทิศทางยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม ประเภทบัณฑิตศึกษา ประจำปี 2562 มีหน้าที่ในการติดตามการดำเนินงานของผู้รับการสนับสนุนการวิจัย เพื่อรายงานต่อ วช. 

    1.2 งบประมาณ

    1.2.1 ระดับปริญญาเอก โครงการละไม่เกิน 300,000 บาท

    1.2.2 ระดับปริญญาโท โครงการละไม่เกิน 150,000 บาท

    1.2.3 การสนับสนุนการบริหารแผนงานกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย ไม่เกินร้อยละ 10 ของงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนรายโครงการ (หน่วยงานของผู้รับการสนับสนุนการวิจัยเป็นผู้บริหารแผนงาน)

    2. เงื่อนไขการขอรับการสนับสนุนการวิจัย

    2.1 ผู้ขอรับทุนต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ วช. โดยต้องไม่จบการศึกษาก่อนการแจ้งอนุมัติทุนฯ ไปยังหน่วยงานต้นสังกัดของผู้ขอรับการสนับสนุนการวิจัย หากตรวจสอบว่าจบการศึกษาก่อนการแจ้งอนุมัติทุนฯ วช. ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการสนับสนุนการวิจัยและเรียกเงินคืน

    2.2 โครงร่างวิทยานิพนธ์ที่เสนอขอรับทุนต้องได้รับการอนุมัติจากสถาบันอุดมศึกษาที่ผู้ขอรับทุนศึกษาอยู่ และมีอาจารย์เป็นผู้ควบคุมหรือเป็นที่ปรึกษาในการทำวิจัย โดยมีเนื้อหาและหัวข้อเรื่องภายใต้กรอบการวิจัยปี 2562 ตามที่ วช. กำหนด

    2.3 ข้อเสนอการวิจัยหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของข้อเสนอการวิจัย ต้องไม่อยู่ในข้อเสนอการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนการวิจัยการแหล่งอื่น

    2.4 งบประมาณที่เสนอขอต้องมีรายละเอียดค่าใช้จ่ายเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังและเหมาะสมกับการดำเนินงานวิจัย

    2.5 ระยะเวลาของการดำเนินงานวิจัย ไม่เกิน 18 เดือน นับจากวันลงนามในสัญญา ทั้งนี้การขอขยายระยะเวลาในการรับการสนับสนุนการวิจัยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ วช. ตามสมควร

    2.6 ในกรณีที่ผู้ขอรับทุนการวิจัยไม่สามารถทำการวิจัยให้เสร็จได้ และประสงค์ที่จะยุติการวิจัย ต้องทำหนังสือแจ้ง วช. และคืนเงินที่ได้รับทั้งหมดต่อ วช. ภายใน 1 เดือน หลังจากทำหนังสือแจ้ง วช.

    3. คุณสมบัติของผู้ขอรับทุนการวิจัย

    3.1 มีสัญชาติไทย

    3.2 เป็นผู้ศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย ทั้งภาครัฐและเอกชน

    3.3 ไม่เป็นผู้รับทุนการวิจัยในโครงการวิจัยเดียวกันจากแหล่งทุนอื่นมาก่อน ในกรณีตรวจสอบพบว่ารับทุนการวิจัยจากแหล่งทุนอื่นมาก่อน วช. ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกทุนการวิจัยและเรียกเงินคืน

    4. การพิจารณาข้อเสนอการวิจัย

    4.1 วช. จะพิจารณาเฉพาะข้อเสนอการวิจัยที่ลงทะเบียนผ่านระบบ National Research Management System (NRMS) (www.nrms.go.th) ที่ลงทะเบียนตรงตามกลุ่มเรื่องที่ระบุในเล่มข้อเสนอการวิจัยและการมีการยืนยันการส่งข้อเสนอการวิจัยที่สมบูรณ์ภายในเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งส่งเล่มข้อเสนอการวิจัยตามจำนวนและทันในเวลาที่กำหนด

    4.2 พิจารณาข้อเสนอการวิจัยตามแนวทางที่ วช. กำหนด โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิเป็นคณะผู้ตรวจสอบทางวิชาการ

    4.3 การพิจารณาความเหมาะสมของนักศึกษา จะตรวจสอบการรับทุนและความสามารถในการปฏิบัติงานและควบคุมการวิจัยของอาจารย์ที่ปรึกษา โดยต้องไม่ติดค้างการส่งรายงานการวิจัยที่ได้รับการอุดหนุนการวิจัยใดๆ ในระบบ NRMS ปีงบประมาณ 2553-2560

    4.4 คำตัดสินของ วช. ถือว่าเป็นที่สิ้นสุด

    5. การเขียนข้อเสนอการวิจัย

    5.1 ดาวน์โหลดประกาศรับข้อเสนอการวิจัยและกรอบการวิจัยที่ http://www.nrct.go.th หรือ http://www.nrms.go.th เพื่อศึกษาเงื่อนไขการสมัครขอรับทุนการวิจัยและรายละเอียดการวิจัย

    5.2 ดาวน์โหลดแบบฟอร์มข้อเสนอการวิจัย รวมทั้งเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ที่ http://www.nrct.go.th หรือ http://www.nrms.go.th 

    5.3 เขียนข้อเสนอการวิจัยตามแบบฟอร์มโครงการวิจัยเบื้องต้น โดยจัดทำข้อเสนอการวิจัยเป็นภาษาไทย ตัวอักษรไทยสารบรรณ (THSarabunPSK) ขนาด 16 

    6. การส่งข้อเสนอการวิจัย

    6.1 ผู้ขอรับทุนการวิจัยลงทะเบียนส่งข้อเสนอการวิจัยที่ http://www.nrms.go.th  โดยเลือกกลุ่มเรื่องที่ต้องการขอรับทุน กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามเงื่อนไข ยืนยันการลงทะเบียนส่งข้อเสนอการวิจัยให้สมบูรณ์ (สถานะ"ข้อเสนอการวิจัยที่ส่งไปแล้ว" ในระบบ NRMS) และแนบไฟล์ข้อเสนอการวิจัย ในรูปแบบ MS Word และ PDF พร้อมไฟล์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลด "คู่มือการใช้งานระบบ NRMS (ทุนมุ่งเป้าและทุม วช.) สำหรับนักวิจัย" ได้ที่ http://www.nrms.go.th/Manual.aspx

    ทั้งนี้ในฐานข้อมูลระบบ NRMS ผู้ขอรับทุนจะต้องสังกัดหน่วยงานตามสถาบันการศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่

    6.2 เมื่อผู้ขอรับทุนการวิจัยลงทะเบียนส่งข้อเสนอการวิจัยจามขั้นตอนใน ข้อ 6.1 แล้วให้จัดพิมพ์ข้อเสนอการวิจัยตามข้อ 5.3 โดยมีรายละเอียดครบถ้วนทุกข้อและมีเนื้อหาตรงกับไฟล์ที่แนบ และส่งเอกสารประกอบการขอรับทุนการวิจัยที่บัณฑิตวิทยาลัยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานต้นสังกัดของผู้ขอรับทุนการวิจัย ดังนี้ 

    1.ใบสรุปผลการลงทะเบียนข้อเสนอโครงการผ่านระบบ NRMS โดยสั่งพิมพ์เมื่อลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์ โครงการละ 1 ชุด

    2. ข้อเสนอการวิจัยตามแบบข้อเสนอโครงการวิจัยเบื้องต้น (เอกสารแนบ 1 และเอกสารแนบ 2) โครงการละ 10 ชุด

    3. เอกสารแสดงการอนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ โครงการละ 1 ชุด

    4.โครงร่างวิทยานิพนธ์ โดยใช้หน้าปกตามแบบฟอร์มการเขียนหน้าปกโครงร่างวิทยานิพนธ์ (เอกสารแนบ 3) โครงการละ 10 ชุด

    5.หนังสือรับรองการพิจารณาโครงการวิจัยที่มีการศึกษาวิจัยในมนุษย์หรือสัตว์ โครงการละ 10 ชุด

    6.แผ่นบันทึกข้อมูลเสนอการวิจัยตามแบบฟอร์มโครงการวิจัยเบื้องต้นและโครงร่างวิทยานิพนธ์ ในรูปแบบ MS Word และ PDF พร้อมไฟล์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการละ 1 ชุด

    ทั้งนี้ วช.จะพิจารณาเฉพาะข้อเสนอการวิจัยที่ส่งผ่านบัณฑิตวิทยาลัยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานต้นสังกัดของผู้ขอรับการสนับสนุนการวิจัยเท่านั้น

    6.3 บัณฑิตวิทยาลัยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานต้นสังกัดของผู้ขอรับการสนับสนุนการวิจัยที่ลงทะเบียนแล้ว รวบรวมเอกสารประกอบการขอรับทุนตามข้อ 6.2 ส่งถึง วช. ตามที่อยู่ด้านล่าง โดยสามารถส่งเอกสารได้ทางไปรษณีย์หรือนำส่งด้วยตนเอง ดังนี้

    1.หนังสือนำส่งแผนงานเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ ตามทิศทางยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม ประเภทบัณฑิตศึกษา ประจำปี 2562 จำนวน 1 ฉบับ

    2. ข้อเสนอกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยแผนงานเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ ตามทิศทางยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม: ประเภทบัณฑิตศึกษา ประจำปี 2562 (เอกสารแนบ 4) จำนวน 10 ชุด

    3.บัญชีโครงการที่เสนอขอรับการสนับสนุนการวิจัยภายใต้แผนงานเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่  ตามทิศทางยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม: ประเภทบัณฑิตศึกษา ประจำปี 2562 (เอกสารแนบ 4) จำนวน 10 ชุด

    4.แผ่นบันทึกข้อมูลข้อเสนอกิจกรรม ในรูปแบบ MS Word และ PDF และบัญชีโครงการฯ ในรูปแบบ MS Excel จำนวน 2 ชุด

    5. เอกสารประกอบการข้อรับทุนการวิจัย ตามข้อ 6.2 ทั้งนี้หากพบว่าเอกสารไม่ครบตามเงื่อนไข จะถือว่าเป็นโมฆะ และขอสงวนสิทธิ์ไม่ส่งเอกสารคืน โดยจะทำลายเอกสารดังกล่าวทันที

    6.4 ที่อยู่ในการจัดส่งเอกสาร

    เรียน ผู้อำนวยการกองบริหารและงบประมาณการวิจัย

    สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ อาคาร วช. 4 ชั้น 2 

    เลขที่ 196 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

    (แผนงานเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ฯ : ประเภทบัณฑิตศึกษา)

    (มหาวิทยาลัย.........................................)

    สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 025612445 ต่อ 406-408,418,420

    7.การแจ้งผลการพิจารณา

    ผ่านทาง http://www.nrct.go.th และ http://www.nrms.go.th วช.ขอสงวนสิทธิ์ไม่ส่งคืนเอกสารที่ไม่ได้รับทุนการวิจัย

    8.การทำสัญญาระหว่าง วช. กับหน่วยงานของผู้รับทุนการวิจัย

    8.1 เป็นการทำสัญญารับทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมการทำวิจัย แผนงานเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่  ตามทิศทางยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม: ประเภทบัณฑิตศึกษา โดยมีหน่วยงานของผู้รับทุนเป็นผู้บริหารการดำเนินกิจกรม และมีหน้าที่ในการติดตามการดำเนินงานของผู้รับทุน เพื่อรายงานต่อ วช.

    8.2 กรณีที่โครงการที่ได้รับทุนที่ใช้คนหรือสัตว์ในการทดลอง จะต้องขออนุมัติการดำเนินงานจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยของสถาบันหรือมหาวิทยาลัย โดยจัดส่งสำเนาเอกสารการอนุมัติหรือ Cerificate of approval แนบพร้อมสัญญารายโครงการที่ต้องนำส่ง วช.ตามกำหนด

    8.3 กรณีใช้สิ่งมีชีวิตที่ตัดต่อพันธุกรรม ให้ปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยจัดส่งสำเนาเอกสารการอนุมัติหรือ Cerificate of approval แนบพร้อมสัญญารายโครงการที่ต้องนำส่ง วช.ตามกำหนด

    8.4 กรณีเป็นโครงการความร่วมมือกับสถาบันหรือนักวิจัยต่างประเทศ ให้ปฏิบัติตามระเบียบสภาวิจัยแห่งชาติว่าด้วยการอนุญาตให้นักศึกษาชาวต่างชาติเข้ามาทำการวิจัยในประเทศ พ.ศ.2550 ทั้งนี้ให้จัดส่งสำเนาเอกสารการอนุมัติเพื่อทำสัญญา

    8.5 กรณีเป็นโครงการวิจัยที่มีการเข้าถึงทรัพยากรชีวภาพ ให้ทำตามระเบียบคณะกรรมการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติว่าด้วยเกณฑ์และวิธีการในการเข้าถึงทรัพยากรชีวภาพและการได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากทรัพยากรชีวภาพ พ.ศ.2554 ทั้งนี้ให้จัดส่งสำเนาเอกสารการอนุมัติเพื่อทำสัญญา

    8.6 หน่วยงานที่เป็นคู่สัญญา จะต้องเปิดชัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน ) แยกจากบัญชีอื่นเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบ

    8.7 กรณีหน่วยงานได้รับการยกเว้นภาษี ให้แสดงหลักฐานการยกเว้นภาษีหรือทำหนังสือยืนยันจากหน่วยงานว่าได้รับการยกเว้นภาษี จำนวน 2 ชุด หากไม่ได้รับการยกเว้นให้แนบสำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีของหน่วยงาน จำนวน 2 ชุด พร้อมอากรแสตมป์ร้อยละ 0.10 บาท ในแต่ละโครงการ

    9.ผลงานที่ต้องส่งเมื่อสิ้นสุดการวิจัย

    9.1 วิทยานิพนธ์ ระบุข้อความเป็นกิตติกรรมประกาศว่า "ได้รับการสนับสนุนการวิจัยแผนงานเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ ตามทิศทางยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม: ประเภทบัณฑิตศึกษา จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2562" จำนวนโครงการละ 1 เล่ม 

    9.2 บทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ 1 หน้า จำนวนโครงการละ 1 ชุด

    9.3 สำเนาผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทั้งในประเทศและต่างประเทศ

    9.4 แบบสอบถามการนำผลงานวิจัยใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม จำนวน 1 ชุด

    9.5 แบบสอบถามการประกอบอาชีพของบัณฑิตหลังสำเร็จการศึกษา จำนวน 1 ชุด

    9.6 นำรูปภาพหรือคลิปวีดีโอที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย พร้อมคำบรรยาย ประมาณ 5 บรรทัด ขั้นเว็บไซต์ http://thai-expore.net และส่งผลงานที่ได้อัพโหลดขึ้นเว็บไซต์ จำนวน 1 ชุด 

    9.7 แผ่น CD บันทึกข้อมูลวิทยานิพนธ์แบบสมบูรณ์ บทคัดย่อทั้งภาษาไทยและอังกฤษ แบบสอบถามการนำผลงานไปใช้ประโยชน์ ในรูปแบบ MS Word และ PDF จำนวน 1 แผ่น